เช้าวันธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ
สาวน้อยคนหนึ่ง ซึ่งก็คือฉันเอง ยังคงนอนอยู่บนเตียง...
เธอตื่นแล้วแต่ยังคงครุ่นคิดถึงบางสิ่ง สิ่งที่เธอกำลังนึกอยู่นั้น..
ไม่ได้เกี่ยวกับแผนการกระทำที่เธอจะทำต่อหลังจากตื่นนอนเลยแม้แต่น้อย
เธอได้แต่คิด คิด คิด... ว่าพื้นที่ตรงไหนของเตียงที่ทำให้เธอรู้สึกสบายตัวที่สุด
เธอขยับตัวไปมา แนบร่างกายสัมผัสกับหมอนลื่นๆนุ่มๆ พร้อมรับรู้ถึงไอเย็นจากแอร์ที่ช่างละมุนละม่อมในช่วงเช้าของวัน หลังจากฝนตก อาห์... มันช่างมีความสุขอย่างไร้ที่ติ
ในหัวก็มีนึกแวบๆ เกี่ยวกับหน้าที่ที่จะต้องทำทุกๆวันจันทร์ถึงศุกร์
เห้อ... มีเรียนอ่ะ แต่ตอนนี้มันสบายมาก ขออยู่ตรงนี้ต่ออีกนิดได้มั้ย
เห้อ...นาฬิกาปลุกดังแล้ว แต่ตอนนี้มันสบายมากเลยนะ นอนต่ออีกหน่อยละกัน..
นอนไปนอนมา เห้ย!! เที่ยงแล้วเว่ย เรียนบ่ายอ่ะ
แต่โถ่.. ชิลๆน่า แต่งตัวกินข้าวแป๊บๆ ละออกเดินทางไปมหาลัย ทันๆๆอยู่แล้วน่ะ โถ่
ณ ห้องเรียนวิชา Quantitative Analysis หรือเรียกอีกชื่อสั้นๆว่า QA
ตอนนั้นที่ฉันถึงห้องเรียนก็ประมาณบ่ายโมงห้านาที..
ทันทีที่เปิดประตูและเดินเข้าห้อง ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งเรื่องที่อาจารย์ยังไม่มากับเรื่องที่ร่างกายได้สัมผัสความเย็นจากแอร์อีกครั้ง..
การที่เราเดินฝ่าแดดประเทศไทย ซึ่งทั้งร้อน ทั้งแสงจ้าจนแสบตา เหงื่อไหลไคลย้อย ผมกระเซอะกระเซิงมาตลอดทาง แล้วได้มาสัมผัสกับความเย็นจากแอร์ เป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆในชีวิตประจำวันของฉัน (หลังจากตอนที่เดินฝ่าแดดฉันรู้สึกเหมือนฉันเปลี่ยนสถานะเป็นปีศาจ อารมณ์ฉุนเฉียว รีบร้อน พร้อมอาละวาด ได้บังเกิดในช่วงเวลานั้น)
Feeling good อาห์~~~
ฉันวางมาดเปลี่ยนเป็นคนปกติอีกครั้ง เดินหาที่นั่งด้วยความใจเย็น(จะสื่อว่าไม่มีความกระปรี้กระเปร่าเลยนั่นเอง ฮาาา)
อื้มม.. ได้นั่งแล้ว อาจารย์ก็ยังไม่มา เพื่อนที่เคยนั่งข้างฉันก็ไปไหนไม่รู้
แต่เธอมาวางกระเป๋าแล้วนะ ก็สบายใจไปเปราะหนึ่งที่รับรู้ว่าวันนี้มีเพื่อนนั่งข้างๆ
เนื่องจากคาบเรียนนั้นเป็นคาบเรียนแรกหลังจากที่อาจารย์ลงคะแนนสอบกลางภาคในเว็บของมหาลัย...บทสนทนาของเพื่อนในขณะนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องคะแนนหรอกนะ ฮื่มมม..
ฉันฟังเพื่อนพูดเรื่องคะแนนอย่างเงียบๆ ทำเป็นเล่นโทรศัพท์เพื่อไม่ให้เค้ารู้ว่าฉันกำลังแอบฟัง
และในตอนนั้นเอง... วี เพื่อนที่ฉันเพิ่งรู้จักได้ไม่นานหลังจากที่ฉันเคยถามเธอเรื่องเตรียมตัวถอนวิชา QA เมื่ออาทิตย์ก่อน..
" เธอๆ เป็นไงมั่ง คะแนน.. "
" ก็..ไม่ต้องถอนละ ก็โอเคนะ ได้คะแนนเท่านี้ก็พอใจละ" ฉันตอบ พร้อมยิ้มแห้งๆ
" เกินมีนใช่ปะ " เธอถามต่ออย่างไม่เว้นช่วงหลังจากที่ฉันตอบเธอคำถามแรก
" ไม่ๆๆ 555 " (ที่หัวเราะเพราะเราเป็นโรคชอบหัวเราะกลบเกลื่อน)
" อ่อๆ ดีละๆ " เธอพูดปลอบใจฉัน พร้อมหันหลังกลับไปหยิบรูปวาดที่เธอวาดมาโชว์ให้ฉันดู
" อะไรอ่ะ " ฉันเริ่มรู้สึกหลังจากพูดไปแล้ว ว่าไม่ควรพูดแบบนี้ 555 ฉันจึงรีบพูดต่อ
" อ๋อ วาดรูปตัวเองหรอ สุดยอด " ในใจเราว่ามันสวยจริงๆนะ แต่ตอนแรก ฉันพูดไม่คิดไปหน่อย
พอฉันเอ่ยปากชม วีก็ยิ้มเขินๆ
เหตุการณ์หลังจากนั้นคือ อาจารย์เข้าห้องสอน ละเพื่อนที่นั่งข้างๆก็มาพอดี
วันนี้อาจารย์เริ่มสอนบทเรียนใหม่
ฉันพยายามโฟกัสไปที่คำพูดอาจารย์ เนื่องจากฉันเป็นคนที่ค่อนข้างสติหลุดจากการฟังได้ง่าย
ฉันพยายามหลอกตัวเองว่า กำลังฟังอาจารย์เล่าเรื่องอยู่
เมื่อหมดคาบ ฉันค่อนข้างพอใจที่อาจารย์ปล่อยเร็วและพอใจที่ตัวเองตั้งใจฟังอาจารย์ตลอดการสอนของวันนี้
หลังจากที่เดินออกจากห้องเรียน ฉันก็เดินตรงไปที่จุดจอดรถป็อปของมหาลัยอย่างอัตโนมัติ
และระหว่างนั้น เมื่อเดินไปถึงคณะเศรษฐศาสตร์ ฉันก็คิดถึงแฟนสุดหล่อ
ฉันควักโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเขา
(...ยอมรับ ว่าฉันเป็นคนติดแฟน )
ฉันเดินไปยังตำแหน่งที่แฟนได้บอกโลเคชั่นอย่างทันที และพบว่านางกำลังกินข้าวอยู่กับเพื่อน
ฉันค่อยๆย่อง เพราะอยากแวบไปที่ข้างหลังแฟน เพื่อเล่นกับนาง แต่นางก็ดันเห็นฉันซะก่อน
ฉันพยายามอ้อนแฟนให้อยู่เป็นเพื่อนฉัน ระหว่างรอไปกินเลี้ยงสายรหัสตอนหกโมง
แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล ฉันต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง...
เมื่อถึงหกโมงเย็น ฉันได้พบกับพี่รหัสแสนดีของฉันทั้งสองคน ที่กำลังนั่งรอเตรียมสั่งอาหาร
ระหว่างที่รอพนักงานมารับออเดอร์ พวกเราก็คุยกันเรื่องชีวิตของพี่ใหญ่ ก่อนหน้านั้น ฉันได้เตรียมคำถามที่ฉันสงสัยเกี่ยวกับสายงานที่ฉันอยากทำมาล่วงหน้าแล้ว ในหัวของฉันมีคำถามเต็มไปหมด
เราคุยกันเยอะแยะมากมายหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และเรื่องความรัก..
ต่อไปนี้จะเป็นบทสนทนาที่ฉันจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต
พี่ใหญ่ : IB ส่วนใหญ่ ตอนสมัครงาน อันดับแรกที่เค้าดูคือเกรด ไม่ควรต่ำกว่า 3.5 ...ตอนนี้หนูเกรดเท่าไหร่?
ฉัน : 3.08 ค่ะ ( ฉันขอโกหก ที่จริง GPAX ของฉันตอนนี้คือ 2.97
(ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปีสองเทอมสอง แต่ที่ผ่านมา ปีหนึ่งสองเทอมแรกเราได้เกรดเท่าเดิมตลอดเลยคือ 3.08 อ่ะ เลยอยากพูดเลขนี้มากกว่า T^T )
พี่ใหญ่ : อืมม.. พี่ว่ามันก็ไม่ได้เยอะแต่ก็ไม่ได้น้อยนะ ขอแค่อย่าต่ำกว่า 3 ก็โอเค
ตั้งแต่ตอนที่ฉันได้ยินเลข 3.5 ฉันก็เริ่มเครียด และนิ่งไปพักใหญ่ จนพี่ๆทัก เมื่อได้รับรู้เกรดที่ควรได้ คำถามมากมายในหัวของฉันก็มลายหายสิ้น..
ยอมรับว่าตอนนั้นเครียดมาก เราอยากเป็น IB เพราะได้ยินมาว่าเงินเดือนสูงมาก
พี่ใหญ่บอกกับฉัน รายละเอียดสำคัญสรุปได้ว่า
- บริษัทที่ดีและเงินเดือนสูงสุด ที่พี่รู้คือ บริษัท Phatra ได้สตาร์ทที่ 50,000
- สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ
- ส่วนใหญ่ จากที่เพื่อนพี่เล่าให้ฟัง บอกว่า คนที่ทำงานเป็น IB จะอายุ 30 อัพ คือเราต้องทำงานกับผู้ใหญ่
- IB ค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับพี่รหัสเรา เพราะพี่รหัสเราอยากทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ Finance บ้าง
- บริษัท KPMG ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ เลยต้องทำงานไม่คุ้มเงินเดือน (อันนี้ พี่รหัสบัญชี-บัญชีถามพี่ใหญ่)
- โปรไฟล์ที่ดี คือ เราควรทำกิจกรรมพวกแข่งทำเคสเยอะๆ ด้วย
- ได้เงินเดือนสูง แต่ก็ต้องแลกกับทำงานหนักนะ เพื่อนพี่ใหญ่ที่เป็นIBทำงานถึงตีหนึ่งตีสองเลย
บอกตามตรงว่า การกินเลี้ยงสายรหัสครั้งนี้ ฉันทั้งสุขและทุกข์ในคราวเดียวกัน แต่ตอนคุยกับพี่ๆตอนนั้นฉันทุกข์มากกว่าสุข เพราะรู้สึกอยากรีบๆกลับไปอ่านหนังสือแล้ว 555 พี่รหัสเราแต่ละคนก็เกรดดีๆกันทั้งนั้น เรารู้สึกด๋อย เป็นคนกระจอก งี่เง่าอย่างมาก
แต่ที่สำคัญ ฉันจะไม่ลืมความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นหลังจากเลี้ยงสายรหัสเลย
ความสุขเล็กๆนี้ เกิดจาก... หลังจากที่ชีวิตฉัน วันๆนึงได้แต่กินนอนและเล่นเกมมือถือปัญญาอ่อนจบไปหนึ่งซีซั่น(ซีซั่นนึงมีสามร้อยกว่าด่าน) ก็เกิดเป้าหมายชีวิตอนาคตอันใกล้ขึ้นมา !!
ฉันจะต้องทำเกรดให้มากกว่าหรือเท่ากับ 3.5 เพื่อโอกาสในการสัมภาษณ์งานผ่านของฉันจะได้เป็นจริง
และที่สำคัญ คือ ฉันต้องเตรียมตัว หาความรู้ให้มากๆ เพื่อแข่งทำเคสตอนปีสาม !!! (พี่รหัสบอกว่า เป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างพร้อม ทั้งเวลา และความรู้)
ฉันต้องพยายามฝึกภาษาอังกฤษให้คล่อง ภาษานี่ทิ้งไม่ได้
ฉันได้เกรด 2.97
ฮือ นี่ฉันอยู่บน Critical Pathway ชัดๆ (เรียน QA มา ฝึกใช้ศัพท์จากที่เรียนหน่อย อิอิ)
สู้ว่ะ อ่านเข้าไป ไม่ตายหรอก แกต้องสู้เยอะมากๆนะ
เหมือนตัดจบ... แต่เรื่องที่ฉันอยากจดจำของวันนี้ก็มีเท่านี้แหละ บัยยย